ในเมื่อญี่ปุ่นสามารถสร้างหุ่นยนต์ทำความสะอาด และหุ่นยนต์รินน้ำพร้อมเสิร์ฟ จะยากอะไรกับการพัฒนาหุ่นยนต์พ่อครัวที่สามารถทำอาหารได้ ญี่ปุ่นจัดแสดงหุ่นยนต์พ่อครัวหลายรุ่นในงานแสดงเทคโนโลยีและเครื่องจักรอาหารนานาชาติ FOOMA Japan International Food Machinery and Technology Expo ที่จัดขึ้นในโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้งหุ่นยนต์ทำพิซซ่าญี่ปุ่น "โอโคโนมิยากิ" และหุ่นยนต์ทำซูชิทีการันตีว่าสามารถจัดวางซูชิได้เป็นระเบียบเรียบร้อย หุ่นยนต์นักทำโอโคโนมิยากิถูกเรียกตรงตัวว่า Okonomiyaki Robot นาริโตะ โฮโซมิ ประธานบริษัทโตโยริกิ (Toyo Riki) ผู้ผลิตโอโคโนมิยากิโรบ็อทซึ่งมีสำนักงานในโอซาก้าให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อต้องการนำเทคโนโลยีจักรกลในโรงงานมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยโอโคโนมิยากิโรบ็อทสามารถยืนปรุงโอโคโนมิยากิหน้าเตาร้อนๆได้ สามารถคลุกเคล้าส่วนผสมในชามได้ไม่หกเลอะเทอะ ก่อนจะเทลงในกระทะร้อน สามารถทอดและกลับด้านโอโคโนมิยากิ พร้อมตักขึ้นจานเพื่อเสิร์ฟได้ ที่สำคัญ โอโคโนมิยากิสามารถถามได้ด้วยว่าต้องการซอร์สชนิดไหนหรือต้องการเครื่องปรุงอะไรเพิ่มเติม สำหรับหุ่นยนต์ที่สามารถจักเรียงซูชิได้ใช้ชื่อเรียบๆว่า Chef Robot ผลิตโดยผู้ผลิตเครื่องจักรด้านอาหารนามบาบะเทกโกโซ (Baba Tekkosho) ร่วมกับบริษัท FANUC ผู้ผลิตระบบจัดวางอาหาร M-430iA และบริษัท Scuse ผู้ผลิตหุ่นยนต์แขน type H ที่ถูกนำมาประยุกต์เข้าด้วยกันจนกลายเป็นหุ่นยนต์แขนพ่อครัวที่สามารถจัดวางอาหารได้ไม่ต่างจากมนุษย์ ทั้งซูชิ หรือขนมเค้ก โดยสามารถระมัดระวังไม่ให้อาหารเสียหาย การโหมพัฒนาหุ่นยนต์ของญี่ปุ่นเป็นผลจากการเตรียมตัวรับมือปัญหาประชากรของประเทศ ที่เชื่อว่ากำลังจะเข้าสู่ยุคที่ประชากรผู้สูงวัยจะมีจำนวนมากกว่าวัยหนุ่มสาว หุ่นยนต์เหล่านี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาชีพแม่บ้าน ผู้ดูแล และพ่อครัวในอนาคต ซึ่งจะสามารถแบ่งเบาภาระของหนุ่มสาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่าจะมีจำนวนน้อยได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของหุ่นยนต์โลกที่มีอยู่กว่า 800,000 ตัวถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น คาดว่ามูลค่าตลาดหุ่นยนต์จะขยายตัวแตะระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯในเร็ววันนี้
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ญี่ปุ่นเจ๋ง พัฒนาหุ่นยนต์เกษตรกร

ชุดหุ่นยนต์เกษตรกรนี้ถูกเรียกว่า Wearable Agrirobot เป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการเกษตรโตเกียวหรือ Tokyo University of Agriculture and Technology ชุดต้นแบบมาในรูปหุ่นยนต์สวมใส่ได้ที่มีตัวช่วยผ่อนแรงเป็นมอเตอร์ 8 ตัวและเซนเซอร์อีก 16 จุด ชุดต้นแบบยังมีขนาดหนักอยู่มาก น้ำหนักราว 25 กิโลกรัม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงวัยซึ่งปวดข้อปวดเข่าสามารถก้มหรืองอตัวเพื่อทำการเกษตรได้สะดวกขึ้น ชุดหุ่นยนต์นี้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวบริเวณกล้ามเนื้อขา ทำให้ผู้สูงวัยไม่ปวดเมื่อยง่าย โดยการสาธิตพบว่าผู้ที่สวมชุดหุ่นยนต์นี้สามารถดึงรากไม้จากดินหรือเอื้อมมือปลิดผลส้มได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงมากเช่นปกติ นักวิจัยแดนปลาดิบบอกว่าต้องการพัฒนาชุดหุ่นยนต์การเกษตรนี้เพื่อจำหน่ายให้ได้ในช่วงเวลา 2-3 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าสนนราคาจะอยู่ที่ระหว่าง 500,000-1,000,000 เยน (ราว 150,000-300,000 บาท) นักวิจัยญี่ปุ่นเชื่อว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ซึ่งมนุษย์สวมใส่ได้จะถูกประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งมีโอกาสเติบโตสูง นักวิจัยเชื่อว่าโอกาสนี้ชัดเจนมากในญี่ปุ่น ซึ่งต้องหาทางป้องกันผลกระทบจากภาวะประชากร สูงวัยมีจำนวนมากกว่าวัยหนุ่มสาว เช่นเดียวกับประเทศในยุโรปบางประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและไม่มีบุคลากรมากพอสำหรับทำการเกษตรด้วยมือ"มูราตะ" และกองทัพหุ่นยนต์ญี่ปุ่นถึงสัปดาห์วิทย์แล้ว


อดใจรอคอยกันพักใหญ่ว่ากองทัพหุ่นยนต์จากประเทศญี่ปุ่นจะมาร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2550 ทันกำหนดหรือเปล่า? ในที่สุดหุ่นยนต์เด็กชายขี่จักรยาน "มูราตะ" และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ตั้งโต๊ะ ก็มาเปิดรอบการแสดงเรียกเสียงฮือฮาจากผู้มาร่วมงานน้อย -ใหญ่ไปบ้างแล้วในวันที่ 2 ของการจัดงาน หุ่นยนต์เด็กชายถีบจักรยาน "มูราตะ" (Murata) หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือ "มูราตะเซซัคคุง"เป็นหุ่นยนต์ขี่จักรยานสูง 50 ซม.น้ำหนัก 5 กก. ซึ่ง บ.มูราตะ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตขึ้นแล้ว 3 ตัว (มูลค่าตัวละ 2.7 ล้านบาท) แต่ไม่ได้ทำออกจำหน่าย หุ่นยนต์มูราตะได้รับการพัฒนาขึ้นให้มีการทรงตัวที่ดีด้วยอุปกรณ์ไจโรเซ็นเซอร์ (Gyro Sensor) สามารถตรวจหาเส้นทาง ขี่จักรยานไปข้างหน้าและถอยหลังได้ รวมทั้งสามารถขี่จักรยานไปบนทางเดินแคบๆ ลาดเอียง และคดเคี้ยวได้ อีกทั้งเมื่อเดินทางจนสิ้นสุดเส้นทางแล้วก็สามารถหยุดเคลื่อนไหวได้เองด้วย ส่วนหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid) แบบตั้งโต๊ะเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการอุตสาหกรรมแห่งชาติญี่ปุ่น (AIST) และถ่ายทอดให้แก่บริษัทเอกชนผลิตในเชิงพาณิชย์ หนึ่งในนั้นคือนายจิน ซาโต้ ผู้บริหารสูงสุดของ บ.เจเอส -โรโบติกส์ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาได้สร้างหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขนาดเท่าคนจริง มูลค่า 10.8 ล้านบาท ซึ่งรับคำสั่งให้ทำงาน เปิดประตูหรือหยิบของจากตู้เย็นโดยใช้เสียงสั่ง ทั้งนี้ เขายังได้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์รุ่นเอชอาร์พี -2 เอ็ม โคโรเม็ต (HRP -2M Choromet) หรือฮิวมานอยด์ตั้งโต๊ะ มูลค่า 200,000 บาท มาจัดแสดงด้วย โดยย่อขนาดมาจากฮิวมานอยด์ขนาดเท่าคนจริง ทำงานแบบทันท่วงที (เรียลไทม์) ด้วยการเขียนคำสั่งในโปรแกรมลินุกซ์ (Linux) เช่นเดียวกัน แต่ยังต้องมีสายไฟต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อรับคำสั่งโดยตรง ฮิวมานอยด์ตั้งโต๊ะสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานศึกษาและวิจัย สูง 37 ซม. หนัก 1.5 กก.ติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามจุดต่างๆ ของหุ่นยนต์ ทั้งเซ็นเซอร์วัดการเร่งความเร็ว เซ็นเซอร์วัดมุมองศาบริเวณลำตัว และเซ็นเซอร์วัดแรงกระทบที่ฝ่าเท้า 2 ข้าง สามารถประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ อาทิ ต่อยมวย เตะ ต่อสู้ นอน นั่ง ยืน เดิน และทำท่าสะพานโค้ง ฯลฯ นอกจากนี้แล้ว ในส่วนนิทรรศการจากประเทศญี่ปุ่นยังได้นำหุ่นยนต์แมวน้ำ "พาโร" เพื่อการบำบัด และเก้าอี้รถเข็นอัจฉริยะ มาร่วมจัดแสดงในงานด้วย ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมการแสดงของกองทัพหุ่นยนต์ของญี่ปุ่นได้ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา โดยการแสดงกองทัพหุ่นยนต์จะจัดแสดงเป็นช่วงๆ ตลอดทั้งวัน ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายวันละ 6 รอบการแสดง
ญี่ปุ่น เผยโฉมหุ่นยนต์นางแบบ HRP-4C มาตีตลาดแคทวอล์ก

หลังจากได้ดูการเรียนการสอนของ หุ่นยนต์คุณครู Saya กันไปแล้ว คราวนี้ญี่ปุ่น เผยโฉมหุ่นยนต์สาวตัวล่าสุด "HRP-4C" หุ่นยนต์นางแบบ เป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่หุ่นยนต์สาวตัวนี้จะไปโพสต์ท่าทางบนแคทวอล์ก ในกรุงโตเกียว
สาวน้อยหน้าม้าคนเนี่ย เธอเพิ่งแสดงตัวเป็นครั้งแรกให้มนุษย์ได้เชยชม เธอเป็นหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่ทำเลียนแบบหญิงสาวชาวญี่ปุ่น หุ่นยนต์ตัวนี้สูง 158 เซ็นติเมตร ซึ่งเป็นส่วนสูงโดยเฉลี่ยของผู้หญิงญี่ปุ่นอายุระหว่าง 19-29 ปี แต่หนักเหมือนกับสาวผอมบางร่างน้อยเพียงแค่ 43 กิโลกรัม แถมรวมแบตเตอร์รี่แล้วด้วยนะเนี่ย
เธอถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นหุ่นยนต์นางแบบ และจากการทำงานของมอเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหว 40 ตัว และเซ็นเซอร์อีกหลายๆ ตัว ที่อยู่ในตัวเธอ เพื่อให้เธอสามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของนางแบบที่มีเลือดเนื้อจริงๆ โดยหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถแสดงได้หลากหลายอารมณ์ เช่น โกรธ สนุก และประหลาดใจ ผ่านคำสั่งจากอุปกรณ์บลูธูท
ซึ่งทางสถาบันเจ้าของนวัตกรรมชิ้นนี้เผยว่า ใช้งบประมาณพัฒนาหุ่นยนต์ตัวนี้ไปมากกว่า 200 ล้านเยน หรือราว 72 ล้านบาท โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมด้านบันเทิงเป็นหลัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการวางขายในตลาด
ทั้งนี้สาวน้อยหน้าม้า "HRP-4C" เธอจะมาทักายปรากฏตัวให้ได้เห็นโฉมหน้ากันอีกครั้ง ในงานโตเกียวแฟชั่นโชว์ในวันที่ 23 มีนาคมนี้
สาวน้อยหน้าม้าคนเนี่ย เธอเพิ่งแสดงตัวเป็นครั้งแรกให้มนุษย์ได้เชยชม เธอเป็นหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่ทำเลียนแบบหญิงสาวชาวญี่ปุ่น หุ่นยนต์ตัวนี้สูง 158 เซ็นติเมตร ซึ่งเป็นส่วนสูงโดยเฉลี่ยของผู้หญิงญี่ปุ่นอายุระหว่าง 19-29 ปี แต่หนักเหมือนกับสาวผอมบางร่างน้อยเพียงแค่ 43 กิโลกรัม แถมรวมแบตเตอร์รี่แล้วด้วยนะเนี่ย
เธอถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นหุ่นยนต์นางแบบ และจากการทำงานของมอเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหว 40 ตัว และเซ็นเซอร์อีกหลายๆ ตัว ที่อยู่ในตัวเธอ เพื่อให้เธอสามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวของนางแบบที่มีเลือดเนื้อจริงๆ โดยหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถแสดงได้หลากหลายอารมณ์ เช่น โกรธ สนุก และประหลาดใจ ผ่านคำสั่งจากอุปกรณ์บลูธูท
ซึ่งทางสถาบันเจ้าของนวัตกรรมชิ้นนี้เผยว่า ใช้งบประมาณพัฒนาหุ่นยนต์ตัวนี้ไปมากกว่า 200 ล้านเยน หรือราว 72 ล้านบาท โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมด้านบันเทิงเป็นหลัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการวางขายในตลาด
ทั้งนี้สาวน้อยหน้าม้า "HRP-4C" เธอจะมาทักายปรากฏตัวให้ได้เห็นโฉมหน้ากันอีกครั้ง ในงานโตเกียวแฟชั่นโชว์ในวันที่ 23 มีนาคมนี้
'หุ่นยนต์ในญี่ปุ่น'

ที่ ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของเมจิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศญี่ปุ่น นายจุนอิจิ ทาเคโนะ และเพื่อนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำลังสร้างใบหน้าหุ่นให้แสดงความรู้สึกออกมา 6 อย่าง คือ โกรธ กลัว เศร้า สุข ตกใจและขยะแขยงเมื่อหุ่นยนต์ถูกป้อนข้อมูลของกลุ่มคำ ก็จะแสดงสีหน้าถึงคำนั้นๆ เช่น คำว่า "สงคราม" หุ่นก็จะแสดงสีหน้า "ขยะแขยง" และ "กลัว" เมื่อพูดคำว่า "รัก" หุ่นยนต์ก็จะยิ้มบางๆนายทาเคโนะ กล่าวว่า เมื่อหุ่นยนต์ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ หุ่นยนต์ก็ต้องรู้จักการเข้าสังคม จึงจำเป็นต้องเข้าใจและรู้สึกถึงอารมณ์นั้นแม้ว่าหุ่นยนต์จะยังไม่เข้าถึงอารมณ์ที่มีความซับซ้อน แต่ญี่ปุ่นก็เข้าไปใกล้สังคมแห่งอนาคตที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันกับหุ่นยนต์ เต็มที เช่น ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์ต้อนรับแขกที่มายังบริษัทต่างๆ มีหุ่นยนต์ทำซูชิ หุ่นยนต์ปลูกข้าว หุ่นยนต์ดูแลคนชราแล้วในสังคมของชาวญี่ปุ่น การปฏิรูปหุ่นยนต์นับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรเป็นคนชราอายุมากกว่า 65 ปี ญี่ปุ่นจึงเร่งโครงการ "ฮิวแมนนอยด์โรบอต" หรือ "มนุษย์หุ่นยนต์" ออกมาหลายโครงการ การพัฒนาเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ โดยเมื่อพ.ศ. 2549 อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มีมูลค่า 5,200 ล้านเหรียญ คาดว่าพ.ศ. 2553 จะเพิ่มเป็น 26,000 ล้านเหรียญ และพ.ศ. 2568 จะเป็น 70,000 ล้านเหรียญที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นจะมีแง่คิดที่ดีต่อหุ่นยนต์ โดยเห็นว่ามันเป็นเพื่อน มากกว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่มีความรุนแรง ออกมาทำลายล้างอย่างที่ชาวตะวันตกนำมาสร้างในหนังไซน์ฟิกชั่น ด้านนายเดเมี่ยน ธง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี จากธนาคารแม็กไควรี กรุงโตเกียว กล่าวว่า "แม้ชาวญี่ปุ่นยังถามตัวเองว่า ต้องการให้หุ่นยนต์เข้ามาอยู่ร่วมบ้านไหม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีชักโครกไฟฟ้า ซึ่งต่อไปผมเห็นว่า จะต้องมีการปฏิรูปหุ่นยนต์เกิดขึ้นแน่นอน"นอกจากนี้ โรดแม็ปเทคโนโลยีแห่งชาติของกระทรวงพาณิชย์ประจำปี 2550 ยังระบุว่า ภายในพ.ศ. 2568 จะต้องมีหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม 1 ล้านตัว โดยหุ่นยนต์ 1 ตัว สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ 10 คน หุ่นยนต์ 1 ล้านตัวคือคน 10 ล้านคน นับเป็นคนวัยทำงาน 15% ในปัจจุบัน
หุ่นยนต์ญี่ปุ่นเจ๋ง! หยิบหลอดน้ำส่งให้ได้
ญี่ปุ่นคิดหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ เด็ก คนพิการ และช่วยงานในบ้าน เจ๋งขนาดหยิบหลอดน้ำส่งให้ได้
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ศาสตราจารย์ ไซเจกิ ซูกาโน คณะวิศวกรรมศาสตร์ แผนกการ ประดิษฐ์เครื่องจักรกลแห่งมหาวิทยาลัยวาเซดะ ที่ญี่ปุ่น สาธิตการทำงานของหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ ทเวนดี้-วัน (Twendy-one) ที่ห้องทดลองวาซิดะ ในกรุงโตเกียว โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก และช่วยเหลืองานในบ้าน
สำหรับ Twendy-one ถูกออกแบบให้มี 4 นิ้วเพื่อช่วยในการหยิบจับ สามารถคีบขนมปังใส่เครื่องปิ้ง พยุงผู้ป่วย หยิบหลอด และยกถาดอาหารเสิร์ฟได้ สามารถเคลื่อนไหวได้ 47 ท่าติดตั้งกล้อง CCD 2 ตัวเพื่อใช้ในการมองภาพเพื่อประมวลผลการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ใช้แบตเตอรี่ในการให้พลังงาน มีความสูง 150 เซนติเมตร หนัก 111 กิโลกรัม.
สำหรับ Twendy-one ถูกออกแบบให้มี 4 นิ้วเพื่อช่วยในการหยิบจับ สามารถคีบขนมปังใส่เครื่องปิ้ง พยุงผู้ป่วย หยิบหลอด และยกถาดอาหารเสิร์ฟได้ สามารถเคลื่อนไหวได้ 47 ท่าติดตั้งกล้อง CCD 2 ตัวเพื่อใช้ในการมองภาพเพื่อประมวลผลการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ใช้แบตเตอรี่ในการให้พลังงาน มีความสูง 150 เซนติเมตร หนัก 111 กิโลกรัม.
หุ่นยนต์ญี่ปุ่น
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในประเทศญี่ปุ่นมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สมัยผมศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต เคยเรียนถามศาสตราจารย์ซูซูกิ ว่าเหตุใดทั้งๆที่มีญี่ปุ่นความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีอย่างมาก จึงไม่สร้าง Space Shuttle ไปสำรวจอวกาศแข่งขันกับสหรัฐอเมริกาบ้าง ท่านก็เอ็ดผมทันทีเลยว่าในฐานะวิศวกรนั้นคิดจะทำอะไรนั้นต้องคำนึงผลลัพท์ผลิตภาพทางอุตสาหกรรม(Industrial Productivity)ด้วย ด้วยเหตุนี่กระมังครับ หุ่นยนต์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงถูกผลิตออกมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆทั่วโลกในด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูงเพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นยังเป็นรองจากประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศทางทวีปยุโรป ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อใช้ในสาขาอื่นๆนอกเหนือจากการใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การผลิตพลังงานนิวเคลียร์ การวิจัยใต้ทะเล การป้องกันพิบัติภัย และการใช้หุ่นยนต์ช่วยทางการแพทย์ข้อมูลจาก World Technology Evaluation Center, Inc. (WTEC) ระบุว่า บริษัท FANUC เป็นบริษัทผู้นำในการผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในญี่ปุ่น โดยครอง 17% ของตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่น 16% ของตลาดในทวีปยุโรป และ 20% ของตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับบริษัทที่ผลิตหุ่นยนต์บริการในประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยบริษัท Sony, Fujitsu และ Honda ซึ่งอุตสาหกรรมประเภทนี้มีการขับเคลื่อนโดยความต้องการของตลาดในการใช้หุ่นยนต์เพื่อความบันเทิง หุ่นยนต์เพื่อน และหุ่นยนต์ให้ความช่วยเหลือทั้งนี้ ข้อมูลจาก Japan External Trade Organization (JETRO) ในปี 2006 ยังได้ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ่นยนต์ของญี่ปุ่นที่จะมีการขยายตัวอย่างมาก คือตลาดหุ่นยนต์ที่สามารถช่วยงานคนงานสูงอายุและแม่บ้าน เนื่องจากอัตราการเพิ่มประชากรในประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว ในอนาคตจึงคาดว่าจะมีช่วงหนึ่งที่โรงงานต่างๆจะขาดคนทำงาน และหุ่นยนต์ก็เป็นทางออกหนึ่งสำหรับปัญหานี้ นอกจากนี้ทาง JETRO ยังได้ให้ข้อมูลทางสถิติโดยแบ่งหุ่นยนต์เป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ Interactive Robots กับ Manufacturing Robots ดังนี้1. Interactive Robotsทางรัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักว่า บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่าการพัฒนาตลาดหุ่นยนต์ ในปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์ที่สามารถโต้ตอบได้ (Interactive Robot) จำนวนมากที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีของวิทยาการหุ่นยนต์ที่ล้ำหน้า โดยที่ไม่มีประโยชน์ทางรูปธรรมอย่างอื่นที่ชัดเจน เช่น ASIMO ของฮอนด้า เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
